กิจกรรม : ศาลเจ้าพ่อท่านม่วงทอง










รายละเอียด :
    

 

ศาลเจ้าพ่อท่านม่วงทอง

ศาลเจ้า เป็นหลักฐานทางความเชื่อของกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งอพยพมาจากประเทศจีนสมัยโบราณชาวจีนได้เข้ามาค้าขายกับไทยโดยใช้เรือสำเภาล่องมาทางทะเลแวะเข้ามาค้าขายกับชุมชนสิชล ซึ่งเป็นชุมชนเล็ก ๆ บริเวณฝั่งอ่าวไทย มีประชากรอาศัยอยู่ไม่หนาแน่น ถึงฤดูมรสุมก็นำเรือมาหลบคุ้งน้ำคลองสิชล จึงได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นประดิษฐานบนฝั่งและได้สร้างศาลเจ้าไว้เคารพสักการะ

ศาลเจ้าพ่อท่านม่วงทอง เดิมที่ตั้งศาลเจ้าพ่อท่านม่วงทองเก่า เป็นท่าเรือสำเภาจอดลงสินค้า จึงน่าจะเป็นสาเหตุของการตั้งศาลไว้บูชาบนบาน เวลาเรือออกทะเลดูตามฮวงจุ้ยที่ตั้งของศาลดีมากเพราะเป็นทางน้ำสามแพรก คือ น้ำคลองท่าควาย ไหลมาพบกับน้ำคลองท่าเรือรีรวมกันเป็นคลองสิชล จึงเป็นเหตุให้ศาลเจ้าและตลาดสิชลรุ่งเรืองและพ้นจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงตลอดมา รูปพ่อท่านม่วงทองได้ก่อตั้งประมาณ 200กว่าปีมาแล้ว ซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏ แต่มีศาลเก่าแก่แห่งหนึ่งอยู่ใกล้วัดประทุมทายการาม แต่สภาพภูมิประเทศไม่เอื้อต่อการพัฒนา จึงได้ย้ายศาลมาตั้งในที่ปัจจุบัน และชื่อพ่อท่านม่วงทองไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นชื่อคนตั้งหรือเจ้าองค์ใด แต่ที่ป้ายเก่าได้เขียนเป็นภาษาจีนว่า บุนเถ้ากงเบ้ ซึ่งแปลว่า เจ้าที่ และในศาลเจ้ามีพ่อท่านประดิษฐานอยู่สามองค์ คือ พ่อท่านม่วงทอง (เป็นไทย) พ่อท่านกลาย (เป็นอิสลาม) และพ่อท่านไขว้เตี้ย (เป็นจีน) ศาลเจ้าพ่อท่านม่วงทอง มีเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน ตั้งอยู่ริมคลองสิชล ในราวพุทธศักราช 2483 โดยชาวแต้จิ๋ว มีจารึกเป็นภาษาจีนไว้ว่า หลี่จี่ หลี่หลิง ชาวอำเภอภูหมิง เป็นผู้จ่ายเงินค่าก่อสร้างในปี พ.ศ. 2483

ประวัติพ่อท่านม่วงทองโดยสังเขป

 

เมื่อนานมาแล้วในแผ่นดินพระนารายณ์มหาราชครองเมือง สมัยครั้งอยุธยาในปี พ.ศ 2231 เป็นปีสุดท้ายในการครองราชสมบัติ เนื่องด้วยพระเพทราชา(ทองคำ) คบคิดกับพระเจ้าเสือแย่งราชสมบัติจากพระนารายณ์ได้ไปแล้วจึงไม่ลงรอยกับเมืองนครศรีธรรมราช ทางกรุงศรีอยุธยาจึงหาว่าเมืองนครศรีธรรมราชคิดกบฏ ทางกรุงศรีอยุธยาจึงยกทัพมาตีเมืองนครศรีธรรมราชในปี พ.ศ.2235 ในการศึกครั้งนั้นมีสมรภูมิถึงขั้นตะลุมบอนกันที่ทุ่งคงคาวงค์ ปัจจุบันติดในท้องที่ตำบลปากแพรก อำภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลของสงครามทำให้วัดร้างไปหลายวัด ในแขวงสิชลและบ้านละอองไส คือวัดขนุน วัดขอยเตี้ย และวัดเขาพนมไตร วัดเขาพระวัดเจดีย์หลวง วัดม่วงทอง แต่เป็นมุมกลับกัน มีสถานที่เกิดขึ้นใหม่เช่น ทับชาม ทุ่งพลีเมือง บางนาง บางค่ายจอมทอง จอมพิบูลย์ สระสี่มุม ตอนนี้จะกล่าวแต่วัดม่วงทอง วัดนี้ร้างมานานเป็นเวลา 200 กว่าปี จนถึงปี พ.ศ.2466 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้เสด็จตรวจราชการแหลมมลายูและได้เสด็จมาพักที่ ที่ทำการอำเภอสิชลเมื่อ วันศุกร์ที่ 4 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2446 ท่านได้บอกถึงที่พักและสิ่งใกล้เคียงเอาไว้ดังนี้ ที่ทำการอำเภอตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของปากแพรกเล็กน้อย เรียกว่าบ้านไชยราบ อยู่ทางทิศเหนือของคลองสิชล ทางทิศใต้ของลำคลองเป็นที่พักของบ้านเทศาฯ ทางทิศตะวันตกของบ้านเทศาฯ มีศาลาของพ่อท่านม่วงทองตั้งอยู่ มีลักษณะคล้ายโรงเจของจีน ที่เรียกว่าปากแพรกนั้นเพราะมีลำนำสองสายมารวมกัน ลำน้ำทางขวาเป็นคลองท่าเรือรี ลำนำ้ทางซ้ายเป็นคลองควาย (ท่าควาย) และได้สืบมาว่าที่ตั้งศาลาท่านม่วงทองนั้น เดิมเป็นวัดร้างมาก่อน แต่ไม่มีใครได้ทราบรายละเอียด ต่อมาจึงมีการจับจ้าวเข้าทรง ชาวบ้านจึงทราบความและนับถือแล้วสร้างศาลาถวายท่าน เดิมท่านเจ้าอาวาสได้หนีศึกสงคราม ปี พ.ศ.2235 ท่านไปมรณะภาพในถ้ำทางทิศเหนือไม่ไกลจากนี้มากนัก เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ด้วยความนับถือของชาวบ้านจึงขอติดทองที่ตัวท่านต่อมามีชาวบ้านเรียกขานกันต่อๆว่าท่านม่วงทองหรือ พ่อท่านม่วงทองมาจนถึงปัจจุบันนี้ ต่อมาในปี พ.ศ.2465 มีพ่อค้าชาวจีนมาตั้งทำการค้าอยุ่ที่บ้านต้นพยอม ผลออกมาเป็นที่พอใจจึงได้สร้างศาลาหลังใหม่ให้เป็นการตอบแทนหลังเก่าที่ชำรุดใกล้จะพังอยู่แล้ว ในวันดี คืนดี มีการเข้าฝันชาวบ้านเกี่ยวกับวัดท่านม่วงทองบ่อยครั้ง ที่ศาลาท่านม่วงทองเคยมีโกร่งใส่สตางค์อยู่พักหนึ่ง มาเลิกเสียเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะความยากจนของชาวบ้าน ศาลาที่ว่านี้ก็ได้รับการซ่อมแชมมาครั้งหนึ่งแล้ว ภายหลังศาลาของท่านก็ถูกน้ำพัดชำรุดลงอีกและมีชาวบ้านฝันถึงท่านม่วงทองอีก ท่านขอให้ช่วยซ่อมศาลาให้ท่านอีก ที่บนศาลานั้นกระดูกปลาฉนากตั้งอยู่ 1 อัน ยาวพอสมควร ปัจจุบันนี้มีการซ่อมแซมและเลื่อนจากที่เดิมเล็กน้อยเพราะพื้นที่จำกัด ในสมัยก่อนไม่ได้ทำหลักฐานอะไรเอาไว้จึงมีแต่ศาลาที่วัด ถ้าเหลืออยู่ก็น้อย เช่น วัดขอบเตี้ย วัดปากนาคราชฉลอง

 
ประกาศเมื่อวันที่ 07 มกราคม 2564    อ่าน 290 คน   
 
กำลังแสดงหน้า :
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
**
โดย :
**
E-mail :
รหัสส่งข้อมูล :
CAPTCHA  
**